ด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ ตระหนักและมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารองค์กรโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส การสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน ตลอดจนชุมชมและสังคม การปรับนโยบายและกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพธุรกิจ ส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างคุณประโยชน์ต่อลูกค้าและสังคม และประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ อันจะทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียต่อบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) ได้พิจารณาและกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการขึ้น โดยครอบคลุมแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อยึดถือเป็นแนวทางที่ดีของคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคง และการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ 2564

บริษัทฯ พึงจัดให้มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเสี่ยง กำหนดหลักปฏิบัติ ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงทุกมิติอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ อันจะทำให้องค์กรสามารถบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจด้วยความยั่งยืนต่อไป บริษัทฯ มีนโยบายด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงดังนี้

1. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาล (คบส) ได้รับการแต่งตั้ง และทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการความเสี่ยงในภาพรวมขององค์กร โดยมีหน้าที่เป็นไปตามกฎบัตรที่บริษัทกำหนด

2. คณะทำงานความเสี่ยงและบรรษัทภิบาล (คทส) ได้รับการแต่งตั้ง มีหน้าที่ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง และเข้าแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้และไม่เป็นผลเสียต่อองค์กร โดยจะรายงานผลการประเมินความเสี่ยงไปยัง คบส เป็นระยะ

3. หลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ได้ถูกจัดทำโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาล หลักเกณฑ์นี้ยังได้ถูกปรับปรุง แก้ไข ทุกปี และได้รับอนุมัติผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป

4. พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพื่อป้องกันและความคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

5. พนักงานทุกคนต้องให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการบริหารความเสี่ยง

นโยบายคุณภาพเป็นหลักสำคัญซึ่งทุกภาคส่วนที่พัฒนาผลงานเพื่อส่งมอบลูกค้าก็ดี หรือพัฒนาผลงานเพื่อใช้เป็นการภายในก็ดี หรือทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนส่วนงานอื่นก็ดี ใช้เป็นหลักในการถือปฏิบัติเพื่อให้งานซึ่งทำโดยตนหรือหน่วยงานของตนได้รับการจัดทำด้วยความรอบคอบ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ความต้องการของงาน ลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ บริษัทฯ มีนโยบายคุณภาพดังนี้

1. การพัฒนาโครงการ หรือการปฏิบัติงาน ต้องเป็นไปตามวงจรและกระบวนการที่กำหนดไว้

1.1 วงจรและกระบวนการที่เหมาะสมกับโครงการหรือการปฏิบัติงาน จะได้รับการจัดทำและให้องค์กรรับรองว่ามีคุณภาพ มีความเหมาะสม ก่อนที่จะนำไปใช้ อย่างไรก็ตามโครงการสามารถใช้วงจรและกระบวนการที่องค์กรรับรองไว้ก่อนแล้ว และมีความเหมาะสมกับโครงการหรือการปฏิบัติงานโดยไม่ต้องจัดทำขึ้นมาใหม่ได้

1.2 การกำหนดวงจรและกระบวนการขึ้นมาใหม่จะต้องมีความรัดกุม โดยจะไม่เกิดความเสี่ยงในเรื่องของข้อกำหนด, เรื่องการพัฒนาโครงการ, เรื่องการติดตามโครงการ, การทดสอบผลงาน, การส่งมอบผลงานต่อลูกค้า และการปฏิบัติงาน

2. การพัฒนาโครงการ หรือการปฏิบัติงาน จะได้รับการตรวจสอบในด้านการปฏิบัติตามวงจรและกระบวนการ โดยผู้ตรวจสอบที่เป็นอิสระจากส่วนงาน

3. การปฏิบัติงานที่ปฏิบัติแล้วไม่ขัดกับสิ่งที่ออกแบบไว้ในเรื่องวงจรและกระบวนการต้องได้รับการแก้ไข

บริษัทฯ มีความตระหนักในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของทุกคน ซึ่งหมายถึงพนักงานทุกประเภทการจ้าง ผู้รับเหมา ผู้จัดหา คู่ค้า และบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการของบริษัท  รวมไปถึงสถานที่ปฏิบัติงานทุกที่  มีเป้าหมายในเรื่อง “การทำงานโดยปราศจากอุบัติเหตุ” ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือให้ทุกคนมีพฤติกรรมที่สอดคล้อง ส่งเสริม และไม่ขัดแย้งจึงกำหนดเป็นนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บริษัทกำหนดขึ้นดังนี้

1. พัฒนาระบบจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงมาตรฐานสากลและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้

2. ควบคุม ปรับปรุง และป้องกันแก้ไขอันตรายจากการดำเนินงาน ซึ่งมีผลกระทบต่อพนักงาน และ/หรือทรัพย์สินของบริษัท ที่มีระดับความเสี่ยง เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

3.  ปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานในการดูแลและดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

5. พัฒนาพนักงานของบริษัท ให้มีความรู้ และตระหนักในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานรวมถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานนอกสถานที่

6. ให้การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ในการดำเนินการตามระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย การรักษาความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงให้การรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ความรับผิดชอบของบริษัท  ตลอดจนทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันต่อสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท

ดังนั้น บริษัทฯ จึงถือว่าระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์เป็นทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องใช้และดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงได้ประกาศนโยบายการใช้เครือข่ายและคอมพิวเตอร์ และได้มีการปรับปรุงเนื้อหานโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานที่เหมาะสมและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทฯ

ท่านสามารถดู “นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ” ฉบับเต็มได้ที่นี่

นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการต่อต้านคอร์รัปชันที่อาจเกิดในการดำเนินธุรกิจ จึงกำหนดนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Policy) เพื่อกำกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ สอดคล้องตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Policy) และจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) โดยในปี 2562 บริษัทฯ ได้เข้าร่วม “แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector collective Action Coalition Against Corruption : CAC) เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

บริษัทฯ ห้ามบุคลากรทุกระดับ รวมถึงกรรมการบริษัท ไม่ให้เรียกร้อง ดำเนินการ หรือ ยอมรับการคอร์รัปชัน เพื่อประโยชน์ต่อบริษัท ตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมถึงธุรกิจในทุกประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติ เพื่อต่อต้านคอร์รัปชันให้เป็นไปตามนโยบายนี้ ตลอดจนทบทวนแนวปฏิบัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย โดยกำหนดให้บุคลากรทุกระดับ รวมถึงกรรมการบริษัท ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วกัน

ท่านสามารถดู “นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน” ฉบับเต็มได้ที่นี่

นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างองค์กรให้เป็นผู้นำระดับประเทศและภูมิภาคในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างครบวงจร  พร้อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  ด้วยการทุ่มเทพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ การให้บริการที่เป็นเลิศ ด้วยประสิทธิภาพที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน และราคายุติธรรมต่อลูกค้าทุกระดับของบริษัท ตามกรอบการบริหารจัดการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งกลุ่ม MFEC Group โดยมีการดำเนินการดังนี้

1. ดำเนินธุรกิจอย่างสมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี  รวมถึงคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียในทุกฝ่ายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ

2. ดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ โดยใส่ใจในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจวบจนปลายน้ำ  โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า การกระจายรายได้สู่ชุมชน คุณภาพ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

3. กำหนดกลยุทธ์เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสังคมและส่วนรวม

4. ส่งเสริมและสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจและนวัตกรรมทางสังคม เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม

5. เปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ตามกรอบการรายงานตามมาตรฐานสากล  เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  และมีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใสครบถ้วนต่อสาธารณะ

บริษัทฯ  มีเจตนารมณ์และสนับสนุนในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณของบริษัท ร่วมสร้างมูลค่าและความยั่งยืนให้กับธุรกิจและสังคมโดยรวม บริษัทฯ จึงตระหนักและให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนเสมอมา โดยปฏิบัติต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกสีผิว เชื้อชาติ เพศ ศาสนา เผ่าพันธุ์ สัญชาติ ความยากจน ความพิการ ผู้ป่วยหรือเป็นโรค รวมถึงเคารพและยอมรับความแตกต่างทางความคิด สังคม สิ่งแวดล้อม กฎหมาย วัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและปฏิบัติตามข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization (ILO) Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) อันเป็นส่วนหนึ่ง ของความทุ่มเทและความพยายามในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและด้วยความรับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการบริษัทจึงประกาศนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อรับรองว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีส่วนร่วมการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกๆ ด้าน

1. ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงหลักกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชน

2. การเคารพและปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

3. หลักเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน และส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน

4. การกระทำโดยไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากร การจ้างงาน อบรมพัฒนา การร่วมกิจกรรม รวมถึงกรณีการเลิกจ้าง บริษัทจะปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายเรื่องการจ่ายค่าชดเชย โดยมีกระบวนการแจ้งล่วงหน้า และการให้คำแนะนำช่วยเหลือพนักงานหรือลูกจ้าง

5. การสื่อสารแบบสองทาง เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตนต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหา และแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน หากมีเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงานเพื่อกำหนดทิศทางในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัท และหลักเกณฑ์ในการนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมการแสดงออกที่ชัดเจนและเป็นทางการของแนวทางการปฏิบัติงานที่ดีตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจให้กับผู้บริหารและพนักงาน รวมถึงเพื่อเป็นการต่อยอดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท บริษัทฯ จึงจัดทำและประกาศนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ (Corporate Compliance Policy) ขึ้น โดยยึดมั่นและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ อันเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังต่อไปนี้

1. นโยบายการสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนการป้องกันการผูกขาดบริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายการป้องกันการผูกขาด หรือกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และสนับสนุนการแข่งขันทางการค้าเสรีและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติหรือเอาเปรียบผู้อื่น โดยยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายการป้องกันการผูกขาด หรือกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นหลักการสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

2. นโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน  โดยบริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและต่อต้านการทุจริต (Corruption) การให้หรือรับสินบน (Bribery) กับพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาคเอกชน โดยถือว่าการกระทำใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน บุคลากรทุกระดับจะต้องต่อต้านและละเว้นการกระทำเช่นว่านั้น

3. นโยบายการปฏิบัติตนและการเคารพสิทธิมนุษยชน บริษัทและบริษัทย่อย เคารพและปฏิบัติตามหลักกฎหมายเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยให้ความสำคัญกับการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครอง ทั้งโดยกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

4. นโยบายการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นที่จะปกป้องและคุ้มครองรักษาทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ให้พ้นจากการถูกละเมิดหรือการถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งเคารพต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

5. นโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย  บริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกระบวนการฟอกเงิน หรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จึงได้กำหนดเป็นนโยบายอย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท การให้ความสำคัญต่อการสอดส่องดูแลและให้เบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ หากมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงดูแลให้มีการบันทึกรายการและข้อเท็จจริง ทางการเงิน หรือทรัพย์สินต่าง ๆ ให้ถูกต้องและเป็นไปตามที่กฎหมายภายในประเทศและระหว่างประเทศกำหนด

6. นโยบายการปกป้องรักษาและการใช้อย่างถูกต้องซึ่งข้อมูลข่าวสาร บริษัทและบริษัทย่อย ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามหลักการรักษาความลับของข้อมูลโดยยึดถือหลักกฎหมายและจริยธรรมทางธุรกิจ ที่จะไม่นำข้อมูลของบริษัท ข้อมูลของลูกค้า/คู่ค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ไปเปิดเผยหรือใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือไปจากที่ได้รับอนุญาตหรือนอกเหนือจากที่ได้เข้าไปมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อกัน โดยเคารพหลักเกณฑ์ดังกล่าว ภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ

7. นโยบายการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง  บริษัทและบริษัทย่อย ประสงค์ให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ดำรงคงไว้ซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยอันเป็นหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารและพนักงานต้องเคารพและปฏิบัติตามหลักกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และ/หรือบุคคลใด ๆ ที่สนใจเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท (“ท่าน”) ว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของท่านเป็นข้อมูลที่ทางบริษัทให้ความสำคัญ โดยบริษัทรับประกันที่จะปกป้องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมอย่างดีที่สุด ดังนั้นบริษัทมีจุดประสงค์แจ้งให้ท่านในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งลงทุนในหุ้นของบริษัท และผู้ลงทุนหรือบุคคลใด ๆ ที่ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัททราบเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนฉบับนี้ (นโยบายความเป็นส่วนตัว) ซึ่งระบุเกี่ยวกับ ความจำเป็นในการเก็บ รวบรวม ใช้ รวมถึงการเปิดเผย หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะบริษัทต่อท่านตามกฎหมาย อันได้แก่ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ตามแต่ละระยะเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงด้วยการประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงใหม่ให้ท่านทราบผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของบริษัท

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผล

โดยหลัก บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงจากการที่ท่านแจ้งข้อมูลให้แก่บริษัท หรือจากการตรวจสอบสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัดเป็นผู้ให้บริการนายทะเบียนหลักทรัพย์ให้แก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บ รวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ของท่าน

  1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับท่านในฐานะผู้ถือหุ้น กล่าวคือ ชื่อ นามสกุล สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ปัจจุบัน จำนวนหุ้นที่ถือ ข้อมูลบัญชีธนาคารของท่าน เลขประจำตัวประชาชน อีเมล และเบอร์ติดต่อ
  2. กรณีที่ท่านเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามนิยามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล ได้แก่แต่ไม่จำกัดเพียง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทจำเป็นต้องเก็บ รวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพิ่มเติม ได้แก่ ประวัติของท่าน (ได้แก่ ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน เป็นต้น) และรูปถ่ายของท่านหรือตัวแทนของผู้ถือหุ้นนิติบุคคลดังกล่าว
  3. ข้อมูลทั่วไปอื่น ที่ท่านอาจให้แก่บริษัทระหว่างการติดต่อสื่อสารหรือบทสนทนาที่ท่านอาจมีกับบริษัท ผ่านช่องทางนักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ นามสกุล สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ และข้อมูลการติดต่อท่าน (ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์ และ/หรือ อีเมล)
  4. ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมที่ผู้ถือหุ้นดังกล่าวเข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งอาจรวมถึง ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม ที่อาจรวมถึงข้อมูลของผู้รับมอบฉันทะแทนผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งการบันทึกภาพและเสียงระหว่างการเข้าร่วมประชุม ทั้งในรูปแบบการประชุมแบบออนไลน์และออฟไลน์ และในกรณีการประชุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ อาจรวมถึงข้อมูล
  5. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ท่านอาจนำส่งให้แก่บริษัทเพื่อการประมวลผลด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะอื่น ๆ

ในกรณีผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นในนามนิติบุคคล บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลและใช้ข้อมูลของกรรมการของบริษัท หรือในกรณีที่ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมละการใช้สิทธิผู้ถือหุ้นตามกฎหมายของท่าน บริษัทย่อมมีความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลของบุคคลดังกล่าว โดยถือเป็นการประมวลผลเพื่อท่านในฐานะผู้ถือหุ้น และในกรณีดังกล่าว การที่ท่านเป็นผู้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวให้แก่บริษัท บริษัทจะถือว่า ท่านได้ให้การรับประกันว่า ท่านมีสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวให้แก่บริษัท เพื่อการประมวลผลภายใต้นโยบายฉบับนี้แล้ว

จุดประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงจุดประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่บริษัทมีต่อท่านตามสิทธิของผู้ถือหุ้น เช่น การบริหารจัดการบริษัท (เช่น การเริ่มตั้ง การเพิ่มทุน ลดทุน การปรับโครงสร้างกิจการ การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) การแจ้งและใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นภายใต้กฎหมาย เช่น หนังสือเชิญประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัท การส่งบทรายงานการประกอบธุรกิจของบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสิทธิ การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น การจัดทำบัญชีสำหรับการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว รวมถึงหน้าที่ตามกฎหมายต่าง ๆ ของการเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. เพื่อการจัดการตอบรับการสื่อสารที่ท่านติดต่อบริษัท เช่น การแจ้งการติดต่อสื่อสารและตอบข้อสอบถามของท่าน การจัดการข้อร้องเรียน หรือการให้ความคิดเห็นต่าง ๆ
  3. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น เช่น การบันทึกการจัดและการบริหารการประชุม เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การบันทึกการลงมติ การเผยแพร่ข้อมูลของท่านซึ่งเข้าร่วมประชุมผ่านเว็บไซต์ และช่องทางการติด ต่ออื่น ซึ่งถือเป็นกรณีการดำเนินการเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายเพื่อรับประกันความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของบริษัทรวมถึงเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายในองค์กร การกำกับการตรวจสอบ ตลอดจนการตรวจสอบภายในรวมถึงการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
  4. โดยเฉพาะกรณีของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามนิยามที่กำหนดไว้ เพื่อการจัดทำเอกสารรายงานประจำปีของบริษัทตามที่บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำและอาจต้องจัดส่งให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเปิดเผยเป็นสาธารณะตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของท่านผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัท

ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อจุดประสงค์ดังที่ระบุไว้ข้างต้นเท่าที่จำเป็น (i) เพื่อการตอบรับการสื่อสารที่ท่านติดต่อมายังบริษัท หรือ (ii) ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่ท่านยังมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทและที่บริษัทยังมีหน้าที่ตามกฎหมายต่อท่าน หรือ (iii) ตลอดระยะเวลาที่บริษัทอาจมีหน้าที่ภายใต้กฎหมายอื่นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ นอกจากนี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสิทธิและการปกป้องสิทธิของบริษัทและท่าน บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมเพิ่มเติมตามกรอบอายุความที่เหมาะสม หลังจากที่ท่านสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ถือหุ้น กรณีที่บริษัทอาจมีสิทธิเรียกร้องใดของท่านที่อาจมีต่อบริษัท ตามระยะเวลาอายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยหลัก ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้แก่บริษัทจะไม่ได้รับการเปิดเผยให้แก่บุคคลภายนอก อย่างไรก็ตามในบางกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการเปิดเผยให้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่ให้บริการสนับสนุนบริษัทในการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทที่มีต่อผู้ถือหุ้น รวมถึงการปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัดในฐานะผู้ให้บริการนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัท รวมถึงที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาบัญชี และที่ปรึกษาอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบภายในและภายนอก เป็นต้น โดยบริษัทรับประกันจะดำเนินการเปิดเผยตามวัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลที่ระบุไว้เท่านั้นและบนพื้นฐานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  2. ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย หรืออยู่ภายใต้บังคับคำพิพากษา หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานดังกล่าว เพื่อเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ที่มีตามกฎหมาย โดยบริษัทจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น
  3. ในบางกรณีที่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยบทรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งอาจรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เพื่อการประกอบสัญญาหรือการติดต่อประสานงานกับคู่สัญญาของบริษัท บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้แก่คู่ค้า หรือสาธารณะตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยบริษัทจะดำเนินการภายใต้หลักการประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นโดยไม่กระทบสิทธิของท่านเจ้าของข้อมูลมากเกินสมควร และ
  4. หน่วยงานอื่นซึ่งท่านเคยได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้

คำรับประกันการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลที่เหมาะสม

บริษัทรับประกันจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติภายในเพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล โดยบริษัทจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเพื่อความเหมาะสมตามมาตรฐานในอุตสาหกรรมและโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

บริษัทรับทราบและเคารพสิทธิตามกฎหมายของท่าน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทได้ตามเงื่อนไขกำหนดสิทธิที่ระบุไว้ในกฎหมาย ดังนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบันและถูกต้อง
  2. สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัททำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
  3. สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  4. สิทธิขอให้ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นหรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอม
  5. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือเมื่อข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็น
  6. สิทธิถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยให้ไว้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้

ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทเพื่อดำเนินการขอใช้สิทธิข้างต้นได้ตามรายละเอียดการติดต่อที่บริษัทได้กำหนดไว้ บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำร้องของผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และ/หรือผู้สนใจเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัทให้ทราบภายในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมาย โดยติดต่อมาที่: อีเมล: dpo@mfec.co.th